สาระเรื่องบ้าน

วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน และน่าอยู่ ปลอดภัย

  บ้านคือที่ที่เราอยู่อาศัย ใช้เวลาสำหรับการพักผ่อน ดังนั้นเพื่อให้บ้านของเรามีสภาพดี แข็งแรงน่าอยู่ไม่ดูทรุดโทรมลงเร็วจึงต้องมีการบำรุงรักษาบ้านอยู่สม่ำเสมอ ดังนั่น Poolprop มีวิธีดูแลบ้านมีมีสภาพดีน่าอยู่มากฝากเจ้าของบ้านเพื่อนำกลับไปดูแลบ้านของคุณให้น่าอยู่ตลอดไป

1

ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน
เนื่องจากหากมีการรั่วซึมของหลังคาจะให้ให้เกิดคราบเลอะ เป็นรอยตะไคร่น้ำตามเพดานฝ้าทำให้ได้รับความเสียหาย ดูไม่น่ามอง และยังอาจทำให้ข้าวของภายในบ้านเปียกอีกด้วย ต้องรีบแก้ไข ปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แต่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่

2

พื้นกระเบื้องไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง
พื้นหากมีน้ำขังปล่อยไว้อาจจะมีตะไคร่มาจับ ทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ดังนั้นควรขัด เช็ดน้ำให้แห้ง

3

ไม่ควรทิ้งขยะลงไปในท่อ เพราะจะทำให้อุดตันได้
ไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ ต้องเสียเวลา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอีกด้วย ควรทิ้งในถุงขยะที่จัดเตรียมไว้

4

ดูแลสวน และต้นไม้ไม่ให้รก
ควรดูแลต้นไม้ ตัดหญ้า ตัดกิ่งที่ขึ้นมารกให้ดูเป็นระเบียบ หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษพวก งู ตะขาบ และควรรดน้ำต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้งามให้ร่มเงาไม่แห้งเหี่ยวและตายไป

5

หมั่นเช็คสภาพระบบไฟฟ้าปลั๊ก สายไฟว่ามีรอยชำรุดเสียหายหรือไม่
ควรสังเกตตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ หลอดไฟ หากพบว่าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกภายในบ้านไม่ให้เกิดอันตรายจาก ไฟฟ้ารัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่ว หรืออาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

6

หมั่นทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านอยู่เสมอ
บ้านที่สะอาดย่อมทำให้บ้านน่าอยู่ เจริญหูเจริญตา มองแล้วอารมณ์ดี ป้องกันฝุ่นหรือเชื้อโรคเพื่อสุขภาพที่ดีของเราอีกด้วย ทำความสะอาดรีโมท ที่จับประตู ทำความสะอาดฟองน้ำล้างจาน โทรศัพท์ เมาส์ คีย์บอร์ด ตู้เย็น อ่างล้างจาน พรมปูพื้น เปลี่ยนเครื่องนอน ซัก หรือนำไปแตกแดดเสมอเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

7

เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ
เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ สภาพดีพร้อมใช้ อุปกรณ์ไม้ถูพื้น ไม้กวาด ผ้าเช็ดทำความสะอาด ถังขยะ ที่ตักผง ที่ปัดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่น น้ำยาถูพื้นควรมียาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย น้ำยาเช็ดกระจก นำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น เมื่อเรามีอุปกรณ์ดีครบถ้วนจะทำให้เราอยากทำความสะอาด และทำความสะอาดดูแลบ้านได้อย่างดีมีคุณภาพอีกด้วย

8

หมั่นดูแลสี ความเสียหายของบ้านเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงอยู่เสมอ
หมั่นตรวจสอบตัวบ้าน เมื่อพบว่าสีผนังอาคารเกิดฝุ่นคล้ายแป้ง แสดงให้เห็นว่าสีเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพ รอยร้าว สีลอก ทำรัง ควรให้ช่างดูแลซ่อมแซมอุดรอย ทาสี ขัดเงา ทาเคลือบป้องกันปลวกให้เรียบร้อยเพื่อให้บ้านคงสภาพดีดังเดิม

9

บ้านที่มีถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดินควรสูบตะกอนทุก 2 ปี
ถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดินนั้นควรสูบตะกอนออกทุกๆ 2 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานการใช้งานถังบำบัดนั้น และควรเติม จุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือ ผงจุลินทรีย์ผสมน้ำ ลงในถังทุกๆ เดือนเพื่อให้แบคทีเรียย่อยสลายเองด้วย

10

บ้านที่มีถังสำรองน้ำกักเก็บน้ำไว้ใช้ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำ
ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำว่ามีดินเปียกหรือผนังเปียกที่เกิดจากการรั่วซึ่มของน่ำ ทุกๆ 2 ปี รวมถึงการตรวจสอบตะไคร้น้ำข้างถังทุกๆ ปี หรือสังเกตปั้มน้ำทำงานตอนไม่ได้ใช้น่ำหรือไม่หากทำงานอาจเกิดจากมีน้ำรั่ว

11

ตรวจสอบพื้นคอนกรีต เช่นพื้นโรงรถ พื้นลานซักล้าง พื้นทางเท้า
พื้นคอนกรีตนั้นควรตรวจสอบทุกๆ ปี เพราะโดยธรรมชาตินั้น ดินจะเกิดการทรุดตัว ทำให้พื้นคอนกรีตทรุดเกิดรอยร้าวหรือแตกเป็นเศษเล็กๆ หรือเป็นหลุมทำให้เกิดความเสียหายควรทำการซ่อมแซม

12

มีระบบการป้องกันบ้านจากปลวก
ควรมีการตรวจสอบปลวกทุกๆ 4 เดือนหากพบปัญหาปลวกขึ้นบ้านให้รีบแจ้งบริษัทที่รับกำจัดปลวกฉีดยาป้องกัน ปลวกและให้รับประกันปลวกขึ้นบ้านด้วย พอหมดประกันก็ให้มาตรวจดีอีกครั้งเพื่อต่อประกันปลวกขึ้นบ้าน เพราะปลวกขึ้นบ้านทำให้บ้านได้รับความเสียหายโดยเฉพาะเสาบ้าน คานซึ่งเป็นที่เสริมความแข็งแรงของบ้านต้องหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://beelievesourcing.co.th/การดูแลรักษาบ้าน/

   จะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งเชื่อว่าหลายๆท่านจะต้องหาข้อมูลมากกันพอสมควร เพราะสิ่งปลูกสร้างหากจะแก้ไขใดๆก็ตามจะมีค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้นการหาข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในปัจจุบันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง-รับเหมาต่อเติมอยู่มากมาย ที่มีให้บริการเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะคิดสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน รีโนเวทบ้าน แต่สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงให้มากก่อนจะเลือกใช้บริษัทเหล่านี้คือ ความน่าเชื่อถือและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ แม้ว่าคุณจะทำการบ้านมาดีแค่ไหนก็อย่าลืมที่จะทำใจกับงบที่บานปลายไว้ด้วยเสมอ เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าการที่คุณหาข้อมูลเองนั้นอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับข้อมูล หรือ แม้แต่คุณสมบัติของอุปกรณ์ต่างๆ ในขณะที่ก่อสร้างคุณอาจจะปรับเปลี่ยนความต้องการของคุณได้เสมอและนั่นก็ตามมาซึ่งค่าใช้จ่าย วิธีการที่ควบคุมงบประมาณให้ได้มากที่สุดคือการต้อง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและวางแผนเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่จะนำมาใช้ในสิ่งปลูกสร้างของคุณ อาจจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือบริษัทรับเหมาต่อเติมที่คุณอยากจะใช้บริการ เพราะพวกเค้าเหล่านั้นเชี่ยวชาญและสามารถให้คำปรึกษาที่ดีต่อคุณได้ และถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับเหมาต่อเติม สร้างบ้าน หรือต้องการที่จะ ต่อเติมบ้าน รีโนเวทบ้าน 128Structureเรายินดีที่จะเป็นผู้ช่วยคอยให้คำแนะนำ เพราะเราเชี่ยวชาญคุณจึงมั่นใจได้ว่าเราจะทำให้สิ่งที่คุณคิดเป็นไปได้

บ้านประหยัดพลังงาน

Home Save Energy

20 วิธีเนรมิตบ้านให้ประหยัดพลังงาน

  บ้านประหยัดพลังงานเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้ นอกจากจะสามารถลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้ ยังช่วยชาติประหยัดพลังงานอีกต่างหาก เเต่พอพูดถึงบ้านประหยัดพลังงาน หลายคนจะคิดถึงบ้านที่ออกแบบมาด้วยเทคนิคขั้นสูง ซึ่งเราไม่สามารถทำเองได้เเน่ๆ เเต่ความจริงแล้วเราสามารถทำเองได้จ้า เพียงเเค่เราปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบ้านและวิถีชีวิตในเเต่ละวัน ก็สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เเล้ว สำหรับเทคนิคง่ายๆ ที่จะมาช่วยเนรมิตบ้านของเราได้ ซึ่งบางข้ออาจต้องทำตั้งเเต่เราสร้างบ้านเลย ทั้งหมดมีเเนวทางปฏิบัติ 20 ข้อ ดังนี้

1

ออกแบบ/ปรับปรุงบ้าน ให้ประตูหน้าต่าง และช่องลมตรงกับทิศทางลมในฤดูร้อน (เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) ซึ่งปกติลมจะมาจากทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้

2

เลือกใช้ผนังบ้านที่ป้องกันความร้อน เพราะผนังถือเป็นช่องทางสำคัญที่นำความร้อนมาสู่บ้าน ที่นิยมทำกันก็คือเปลี่ยนจากอิฐมอญหรืออิฐบล็อกมาใช้คอนกรีตมวลเบาเเทน เพราะสามารถคลายความร้อนเร็วกว่าอิฐมอญ 4 เท่า เเละยังดูดซับเสียงได้ดีกว่า

3

ติดฉนวนที่ฝ้าเพดานเพื่อลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

4

ทำช่องระบายอากาศใต้ชายคาหรือที่จั่วหลังคา หรือติดตั้งระบบระบายอากาศโดยอาศัยพลังลมที่หลังคา ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเย็น

5

ติดตั้งกันสาด มูลี่ให้กับหน้าต่าง และติดฟิล์มที่สะท้อนรังสีความร้อนให้หน้าต่างกระจก

6

ปลูกต้นไม้เพื่อบังเเสงแดดและลดรังสีความร้อน เเละจะช่วยให้อุณหภูมิในอาคารลดลงด้วย

7

หลังคาควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีสีอ่อนหรือสีขาว เพราะจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีดำหรือสีเข้ม 30-80%

8

ทาสีผนังด้านนอกด้วยสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อนไม่ให้เข้าสู่บ้าน ภายในก็เลือกทาสีอ่อนหรือเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน เพราะจะทำให้บ้านสว่างมากขึ้น จะได้ไม่ต้องเปิดไฟ

9

ลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5

10

เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความจำเป็น โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช่บ่อยและใช้เสมอ (โทรทัศน์ ตู้เย็น ฯลฯ) ปกติเเล้วขนาดใหญ่จะกินไฟกว่าขนาดเล็ก

11

เลือกตู้เย็นที่ได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เเละควรตรวจสอบยางขอบประตูอยู่เสมอ โดยเสียบกระดาษระหว่างของยางแล้วปิดประตู ถ้าสามารถเลื่อนกระดาษขึ้นลงได้ เเสดงว่าขอบยางเสื่อม ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองมาก

12

ไม่ควรตั้งตู้เย็น ไมโครเวฟ ต้นไม้ หรือรีดผ้า ตากผ้า ต้มน้ำ ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะจะไปเพิ่มความร้อนชื้น ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น

13

.อย่าติดตั้งชุดระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศใกล้ผนังเกินไป เพราะเครื่องจะใช้ไฟมากขึ้น อย่านำสิ่งของไปวางขวางทางเข้าออกของชุดระบายความร้อนและเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องจะทำงานหนักเเละเปลืองไฟ

14

เปลี่ยนจากการเปิดพัดลมระบายอากาศมาเป็นเปิดหน้าต่างให้อากาศข้างนอกเข้ามาบ้าง

15

ออกแบบบ้านโดยใช้เเสงสว่างจากธรรมชาติมากที่สุด เเละควรลดจำนวนหลอดไฟในส่วนที่อาศัยเเสงจากธรรมชาติได้ ส่วนไหนต้องเปิดไฟทิ้งไว้นานให้เลือกหลอดไฟฟ้าที่มีวัตต์ต่ำ

16

ปั๊มน้ำที่ใช้ในบ้านควรเลือกแบบที่มีมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกประเภทถังที่มีถังความดันประกอบสำเร็จเป็นชุด เพราะจะมีผลต่อการรักษาความดันของน้ำในการทำงานเเละช่วยประหยัดพลังงาน

17

.ติดตั้งระบบน้ำของปั๊มให้สามารถเก็บเเละจ่ายน้ำตามเเนวเเรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อลดการสูบน้ำภายในบ้าน

18

.ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นชนิดป้อนน้ำร้อน 1 เครื่องต่อ 1 ห้องน้ำ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าชนิดเครื่องเดียวที่ป้อนน้ำอุ่นได้ครั้งละหลายๆ ห้อง

19

ใช้เตาแก๊สทำกับข้าว จะประหยัดกว่าการใช้เตาอบกับเตาไฟฟ้า

20

คอมพิวเตอร์ในบ้านให้เลือกแบบที่มีระบบประหยัดพลังงาน (มีสัญลักษณ์ Energy Star) ระบบนี้จะช่วยประหยัดพลังงานลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รอทำงาน ไม่ควรเลือกจอภาพขนาดใหญ่เกินไป และติดตั้งคอมพิวเตอร์บริเวณที่ระบายความร้อนได้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.home.co.th/hometips/decoration/detail/55077-20-วิธีเนรมิตบ้านให้ประหยัดพลังงาน

[x]ปิด